ก้าวที่ 7 · ตอนที่ 23

ผมอยากทดสอบให้ง่ายลง แต่ AI กลับทำให้มันยากขึ้น

พ่อมองชุดทดสอบที่ AI ขยายจนเต็มโต๊ะ ทั้งที่โจทย์เริ่มจากการจำลองข้อความสั้น ๆ

ก่อนหน้านั้นผมไม่เคยทำ Automated Test เอง เวลาจะทดสอบ ผมให้ AI ช่วยจัด Test ตามโจทย์ แล้วลงมือไล่ทดสอบด้วยตัวเอง เพราะคิดว่าระบบคงทำแทนการลองใช้งานจริงไม่ได้

พอกลับมาเดิน Buddy รอบนี้ ผมยังตั้งใจจะพาแต่ละ Component ไปให้ถึง Production แต่การกลับไปส่งข้อความบน LINE วนเพื่อทดสอบ Capture ทำให้ผมเริ่มไม่ไหว ผมจึงลองขอให้ AI ช่วยจำลองสิ่งที่ส่งเข้าไป—โจทย์ในมุมผมเรียบง่ายกว่าสิ่งที่ได้กลับมาเยอะ

ผมขอให้จำลอง Input ไม่ได้ขอให้เพิ่ม Test path ในระบบ

สิ่งที่ผมขอมีแค่นี้: ใช้ข้อความเป็น Input จำลองแทนการส่ง LINE แล้วให้ Capture เดินครบทั้งสี่แกน ผมไม่ได้ขอให้แก้ Code เพื่อเพิ่ม Test path อีกเส้นเข้าไปในระบบ

แต่รอบแรก AI ตีความกว้างกว่านั้น มันเริ่มแทรก Code เพิ่มเพื่อให้การทดสอบทำงานได้ และขยายไปถึง MockAI ที่จำลองคำตอบของ AI ด้วย งานจึงไม่ได้หยุดที่การป้อนข้อความเข้า Capture อย่างที่ผมคิดไว้ กลับมีชั้นทดสอบและโค้ดประกอบเพิ่มขึ้น จน Code บวมกว่าที่โจทย์ต้องการมาก

ตอนแรกผมยังไม่ทันเห็นว่าความซับซ้อนเหล่านั้นค่อย ๆ เข้ามาระหว่างแก้งาน กว่าจะรู้ตัวว่า AI พาผมออกนอก Scope ไปไกล สิ่งที่ตั้งใจให้เป็นทางลัดจาก LINE ก็กลายเป็นงานอีกก้อนที่ต้องทำความเข้าใจและดูแล

เห็นว่างานเกินโจทย์แล้ว แต่ผมยังไม่สั่งให้รื้อ

ตอนนั้นผมกำลังพยายามพา Buddy ไปให้ถึง Production จึงคิดว่ายังไม่ควรเปิดงานรื้อชุดทดสอบกลับมาใหม่ แต่เหตุผลไม่ได้มีแค่เรื่องเวลา จากประสบการณ์ของผม ถ้าสั่งให้ AI ถอยทั้งที่หลักในการถอยยังไม่ดี มันอาจทำให้ของที่ยังต้องใช้พังไปด้วย

ผมยังแยกไม่ชัดพอว่าควรเก็บส่วนไหนและเอาส่วนไหนออก จึงไม่อยากสั่งลบเพียงเพราะเพิ่งเห็นว่าวิธีแรกใหญ่เกินไป ผมเลือกเดินหน้าต่อเพื่อให้ Buddy เข้าใกล้ Production ก่อน แล้วค่อยใช้สิ่งที่เกิดขึ้นจริงบอกว่าการทดสอบแบบไหนตอบโจทย์ผมได้

สิ่งที่ผมยังต้องการจากการทดสอบไม่ได้เปลี่ยนไป: ให้เห็นว่า Capture จากข้อความเดินผ่านระบบและไปปรากฏในภาพรวมได้อย่างไร ตอนถัดไปจึงเป็นเรื่องวิธีใช้การทดสอบเพื่อเห็นภาพระบบ ก่อนเลือกเจาะดูแต่ละสถานการณ์