หลังพักงาน Project ส่วนตัวไปช่วงหนึ่ง ผมพร้อมกลับมาทำงานต่อ และเลือกเปิด Buddy ที่ยังมีงานค้างอยู่ขึ้นมาก่อน ก่อนจะเดินต่อ ผมต้องทบทวนให้ได้ก่อนว่าเราทำอะไรไปแล้ว และงานยังค้างอยู่ตรงไหนบ้าง
ผมกลับมาเลือกเดิน Buddy หลังช่วงพัก
ช่วงที่ผมเริ่มทำตัวจุ้น Buddy ก็ยังเดินควบคู่กันไปด้วย งานมีทั้งส่วนที่กำลังแก้ ส่วนที่เริ่มไว้แล้ว และบางส่วนที่รอการตรวจต่อ
หลังตัวจุ้นขึ้น Production ผมพักงาน Project ส่วนตัวไปช่วงหนึ่ง ไม่ได้สลับจากตัวจุ้นกลับมาที่ Buddy โดยตรง พอพร้อมกลับมาทำงานส่วนตัวอีกครั้ง ผมจึงเลือกหยิบ Buddy ขึ้นมาก่อน เพราะยังมีงานที่ตั้งใจทำไว้และต้องกลับมารับช่วงต่อ
ตอนนั้นผมจำได้เพียงว่า Buddy ยังมีงานค้าง แต่คำว่า “งานค้าง” ไม่ได้บอกว่าแต่ละเรื่องอยู่ในสถานะเดียวกัน บางเรื่องลงมือไปแล้ว บางเรื่องผ่านการตรวจบางช่วง และบางเรื่องยังต้องกลับมาดูต่อ
ผมไม่จำเป็นต้องจำรายละเอียดไว้ทั้งหมด
การกลับมาหางานเดิมหลัง Context Switch เป็นเรื่องที่ผมทำอยู่แล้ว ผมไม่ได้พยายามจำรายละเอียดของทุก Project ไว้ทั้งหมด เพราะระหว่างทำงานผมเตรียมเอกสาร โค้ด และผลตรวจให้ AI อ่านได้
เมื่อผมกลับมา สิ่งที่ต้องทำคือให้ AI ช่วยสรุปร่องรอยเหล่านั้นว่าอะไรทำไปแล้ว อะไรยังค้าง และควรกลับไปดูตรงไหนต่อ คนที่จำสถานะไม่ครบคือผมเอง ส่วน AI ช่วยอ่านสิ่งที่เตรียมไว้และคืนภาพงานให้ผม
รอบนี้ผมหยุดงานส่วนตัวไปนานกว่าปกติ จึงต้องใช้เวลาทบทวนภาพที่ AI สรุปกลับมามากขึ้น พอเห็นสถานะชัดพอ ผมก็เลือกได้ว่าจะเริ่มรับช่วงจากงานส่วนไหน
เมื่อกลับมาเดินต่อ ยังมีวงทดสอบรออยู่
ผมจำได้ว่ารอบนี้วางแผนคร่าว ๆ ไว้แล้วว่าจะจัดการแต่ละ Component ให้ใช้งานได้ดี ก่อนนำขึ้นใช้จริงบน Production แต่การมีแผนไม่ได้ทำให้ผมพร้อมลงมือทันที
พอคิดว่าจะต้องกลับไปทดสอบบทสนทนาบน LINE ซ้ำ ๆ ผมก็ยังทำใจได้ยาก เพราะก่อนหน้านี้เหนื่อยกับการวนทดสอบแบบเดิมอยู่แล้ว ความรู้สึกนี้จึงเป็นโจทย์ที่ผมต้องหาทางรับมือระหว่างพา Buddy กลับไปสู่การใช้งานจริง
