Pantry Demo ไปถึงจุดที่ใช้งานจริงได้แล้วครับ แต่พอผมลองขอ Feedback เรื่องหนังสือ “พ่อพาทำ” กลับได้คำทักตรงกันว่า ช่วงกลางถึงท้ายเล่ม ผมยังหยิบประสบการณ์ Software Architect มาใช้ตัดสินใจหลายเรื่อง คนที่ไม่ได้ทำงานสายนี้อาจเดินตามได้ยาก ผมเลยบอกว่าจะกลับมาขอแก้ตัวในภาคสอง
ขอแก้ตัว
เขาติถูกครับ ผมพา Pantry ไปจนใช้งานได้ แต่ระหว่างทางก็มีหลายจังหวะที่ใช้ความเคยชินจากงานเดิม จะให้ผมกลับไปแก้เรื่องเล่าเหมือนตอนนั้นไม่มีประสบการณ์ก็คงไม่จริง ผมเลยบอกว่าจะกลับมาขอแก้ตัวในภาคสอง ชื่อนี้ไม่ได้ตั้งมาเท่ ๆ นะครับ เป็นโจทย์ที่ผมต้องลองแก้จริง ๆ 555
คราวนี้โจทย์มาจากเรื่องใกล้ตัวกว่าเดิม ผมอยากมีตัวช่วยจัดทริปสำหรับครอบครัวชื่อ SabayJai Trip Planner Demo ให้ลูก ๆ ช่วยเลือกและโหวตสถานที่ พ่อเป็นคนบันทึกข้อมูล แล้วนำข้อมูลนั้นมาวางแผนวันเดินทาง เส้นทาง กิจกรรม และงบประมาณ เพื่อเอาแผนกลับมาให้ครอบครัวดูกันอีกที ทริปที่ผ่านไปแล้วก็อยากเก็บประวัติไว้ย้อนดูได้
ผมตั้งใจให้ใช้บนมือถือ เป็น แอปที่เก็บและจัดการข้อมูลหลัก ๆ อยู่บนอุปกรณ์ของผู้ใช้ ที่เก็บข้อมูลด้วย พื้นที่เก็บข้อมูลในเบราว์เซอร์บนอุปกรณ์เครื่องนั้น และไม่มี ส่วนของแอปที่ทำงานบนเครื่องแม่ข่ายและให้บริการผ่านเครือข่าย นี่คือกรอบที่ผมอยากใช้ ไม่ใช่การเพิ่มลูกเล่นให้ Demo ดูใหญ่ขึ้น ปัญหาคือเวลาจะพาคนในบ้านไปเที่ยว เราอยากรู้ว่าใครสนใจที่ไหน แล้วจะจัดทั้งหมดให้กลายเป็นทริปที่ทุกคนพิจารณาร่วมกันได้อย่างไร
ส่วนวิธีทำ รอบนี้ผมจะลอง Nerf ตัวเอง ครับ พูดแบบคนเล่นเกมก็คือลดพลังตัวละครลงหน่อย ผมยังเป็นคนเดิมที่เคยทำงาน Software แต่จะถอยจากบท คนที่วางภาพรวมและโครงสร้างของระบบก่อนลงมือสร้าง มาเป็นเจ้าของโจทย์ที่รู้ว่าอยากได้อะไร แล้วพยายามไม่กระโดดไปเฉลยวิธีออกแบบหรือเขียนระบบให้ AI ตั้งแต่ต้น
ในงานชุดนี้ ผมใช้ เครื่องมือ AI Agent บนแพลตฟอร์ม Freebuff ซึ่งรับคำสั่ง ใช้เครื่องมือ และช่วยทำงานตามโจทย์ บน Freebuff โดยใช้โมเดล โมเดล AI ที่เป็นตัวประมวลผลคำสั่งให้ Agent บน Freebuff ครับ ส่วน แชตบอต AI ของ Google ผมปรึกษาเพียงครั้งเดียวเรื่องสี นอกนั้นทำงานผ่าน Freebuff ครับ
การ Nerf ไม่ได้แปลว่าผมต้องยืนดูงานผิด ๆ ผ่านไปนะครับ ถ้าสิ่งที่ได้ไม่ตรงกับโจทย์ ผมยังถาม ท้วง และไม่รับงานได้เต็มที่ โดยเฉพาะเรื่องข้อมูล ผมอยากใช้คำถามค่อย ๆ ทำความเข้าใจว่าข้อมูลแต่ละอย่างเกี่ยวข้องกันอย่างไร และให้ความเข้าใจนั้นช่วยประกอบการตัดสินใจก่อนเดินงาน
หลักที่พกมาจากเล่มก่อนยังอยู่ครับ — “มีหลัก พร้อมพลิกแพลง แบบบ้านสบายใจ” คราวนี้ไม่ต้องปู SADF กันใหม่ยาว ๆ ผมอยากเริ่มจากโจทย์ตรงหน้า แล้วดูว่าการตั้งคำถามและให้ AI ช่วยเติมความรู้จะพาเราไปได้แค่ไหน
ผมไม่ได้กำลังพิสูจน์ว่าคนไม่รู้อะไรเลยก็สร้าง Software ได้ และตอนนี้ก็ยังไม่มีผลการทดลองให้ประกาศว่าสำเร็จ สิ่งที่มีคือโจทย์จริง กติกาที่ผมตั้งให้ตัวเอง และคำถามที่ต้องเริ่มถามกันต่อจากนี้ ไปเริ่มตรงนั้นกันครับ
หันกลับมามอง
บทเปิดเป็นแผนและเจตนาก่อนเริ่มงาน ไม่ใช่ Runlog หรือหลักฐานว่าเริ่มพัฒนาแล้ว ยังไม่กำหนด Architecture หรือ Technology เพิ่มจากโจทย์ ที่เหลือไปเริ่มตรงบทที่ 1 กับการเตรียม ผู้ช่วย AI ที่รับหน้าที่ทำงานเฉพาะด้านตามโจทย์ เพื่อทำ ข้อกำหนดว่าระบบควรทำอะไรและต้องตอบโจทย์ใด กันครับ
