ตอนเริ่มรอบ ผมบอกว่าให้เดิน R001 SP02 และถ้ามีคำถามให้ถามผมใน Chat ระหว่าง Think ผมสังเกตว่า AI ไปอ่านไฟล์ ผู้ช่วย AI ที่รับโจทย์แล้วลงมือทำงานตามขั้นตอน ข้อกำหนดว่าระบบควรทำอะไรและต้องตอบโจทย์ใด ทั้งที่ตอนนั้นเราอยู่ในขั้นออกแบบ ผมเลยเบรกก่อน แล้วขอให้เตรียม การออกแบบโครงสร้างและหน้าตาการทำงานของระบบ Agent ให้เรียบร้อย
หยุดเมื่อเห็นว่าเราใช้ Agent ผิดช่วง
ตอนเริ่มรอบ ผมบอกว่าให้เดิน R001 SP02 และถ้ามีคำถามให้ถามผมใน Chat ระหว่าง Think ผมสังเกตว่า AI ไปอ่านไฟล์ Agent Requirement คือ requirements-analyst.md ทั้งที่ตอนนั้นเราอยู่ในขั้นออกแบบ ผมเลยเบรกก่อน แล้วขอให้เพิ่ม Design Agent และจัดการเรื่องวิธีถามให้เรียบร้อย จากนั้นให้หยุด
ผมระบุวิธีถามไว้ละเอียด: ถามใน Chat เท่านั้น กวาดคำถามที่ต้องใช้ให้ครบ ถ้ามีเกินสี่ข้อให้แบ่งเป็นชุด ชุดละไม่เกินสี่ข้อ และอธิบายทางเลือกพร้อมคำแนะนำ AI เพิ่ม design-architect.md กับเอกสาร asking protocol แล้วปรับ Agent Requirement เดิมให้ใช้กติกาเดียวกัน ก่อนสรุปว่ายังไม่ได้เริ่ม S2
พอได้ Agent แล้ว ผมบอกให้เดินงานต่อ แต่คำถามรอบใหม่กลับไม่แสดงใน Chat อย่างที่ขอ ผมต้องทักว่า “ผมยังไม่เห็นคำถามนะ” จึงได้คำถามสี่ข้อเป็นข้อความให้อ่านและตอบ รอบนั้นผมตอบ B A B และขอดู แบบจำลองหน้าจอที่ทำให้ลองแนวทางก่อนสร้างแอปจริง ก่อนตัดสินข้อสุดท้ายเรื่องเมนู
จากคำตอบไปสู่โค้ด
AI เปิด prototype ให้ดู แล้วเริ่มลงมือ S2 ต่อทันที ระหว่างนั้น Runlog บันทึกการสร้างโครง เครื่องมือช่วยพัฒนาเว็บที่เริ่มต้นได้เร็ว และไฟล์ของหลาย route รวมถึง items.js, settings.js, expiring.js, used-up.js, shopping.js, locations.js และ item-form.js งานจึงไม่ได้หยุดอยู่ที่การเตรียม Design Agent หรือการรวบรวมข้อมูลแล้ว
ผมถามกลางทางว่า “เราอยู่ขั้นตอนไหนและคุณทำอะไรมาให้ผมตอนนี้?” คำตอบที่ได้ทำให้เห็นขนาดงานชัดขึ้น: AI บอกว่า S2 เสร็จครบห้า Task แล้ว มีแอปที่รันได้ ชั้นข้อมูลกับ seed หน้า #/items และ #/settings พร้อมเทสต์ 48 ตัวที่ผ่าน รวมถึงผล build และการวัดเวลาเปิดหน้า สิ่งเหล่านี้เป็นผลที่ AI รายงานใน Run นั้น ไม่ใช่สิ่งที่ผมตรวจรับในคำถามครั้งนั้น
ตอนนั้นผมเข้าใจว่า ช่วงของงานที่แบ่งตามลำดับขั้น นี้เป็นการวางแผนหรือออกแบบเพื่อรวบรวมข้อมูล จึงถามกลับว่า “phase นี้แค่วางแผนไม่ใช่เหรอ?” AI เปิดแผนให้ดูและอธิบายว่า S1 คือ Design ส่วน S2 เขียนไว้เป็น Foundation & Data layer ที่ต้องสร้างโครงรันได้ ขณะที่ S3 คือ User Experience: ประสบการณ์ที่ผู้ใช้ได้รับจากการใช้งาน/User Interface: ส่วนของแอปที่ผู้ใช้เห็นและกดใช้งาน Draft และนำแบบไปใช้กับแอปจริง
คำอธิบายนั้นช่วยให้เราเห็นว่าความเข้าใจไม่ตรงกันตรงไหน: ในแผน S2 มีงาน Code อยู่แล้ว แต่ผมไม่ได้คาดว่างานจะเดินมาถึงจุดนั้นในรอบที่กำลังคุยกัน ผมจึงบอกว่าไม่เป็นไร งานเดินไปแล้ว แต่ก็ขอหยุดตรงนั้นก่อนเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกัน
อย่าปล่อยให้เดินเกินหน้าไปไกล
สำหรับผม การที่ AI ทำงานเกินกว่าที่สั่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้บ่อย แต่ต้องคอยดูไม่ให้เดินเกินหน้าไปมาก เพราะพอมีงานสะสมไปไกลแล้ว การแก้ให้กลับเข้าทางเดิมก็ยากขึ้น รอบนี้ผมจึงถามสถานะทันทีเมื่อเห็นว่างานอาจเดินไกลกว่าความเข้าใจของผม
หันกลับมามอง
บทนี้มีสองจังหวะที่ต้องคอย Align กันครับ จังหวะแรกคือผมขอให้เตรียม Agent ให้ตรงกับ Phase ก่อน จังหวะต่อมาคือหลังกลับมาเดินงาน เราต้องทำความเข้าใจว่า SP02 ในแผนหมายถึงการสร้างโครงและชั้นข้อมูล ไม่ใช่การทำ UX/UI เต็มรูปแบบอย่างที่ผมเข้าใจอยู่ตอนนั้น
แผนมีคำตอบอยู่แล้ว แต่ผมยังไม่ได้เข้าใจขอบเขตเดียวกับ AI การถามว่าเราอยู่ตรงไหนและทำอะไรไปแล้วจึงช่วยเปิดภาพให้เห็น ก่อนที่ผมจะตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรต่อ สำหรับผม นี่คือการกลับมา Align ตาม SabayJai Approach & Development Framework: กรอบทำงานสี่มุมมอง Structure, Align, Delivery และ Flow ที่ใช้ทบทวนงานกับ AI: มีแผนหรือ Agent เตรียมไว้แล้วก็ยังต้องเช็กว่าเราเข้าใจขอบเขตเดียวกันจริงไหม ผมไม่ได้คาดหวังว่า AI จะไม่ทำเกินคำสั่งเลย สิ่งที่ต้องระวังคือจับให้ทันและทำความเข้าใจกันตั้งแต่ยังแก้ทางได้ง่าย