ตอนที่ 28 ผมเล่าเรื่องการใช้แนวคิดกับงาน Software Development ที่ทำร่วมกับทีมครับ ตอนนี้ผมอยากเล่าอีกมุมหนึ่ง—การพัฒนาคนในทีมและการมอบหมายงานให้เหมาะกับแต่ละคน
เรื่องนี้เป็นมุมมองจากประสบการณ์ของผม ไม่ใช่คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญบริหารคนครับ
ก่อนมอบหมายงาน ผมเริ่มที่ Structure
สำหรับผม ก่อนสั่งงานใคร ไม่ว่าจะเป็นน้องในทีมหรือ AI ก็เริ่มจาก S — Structure ก่อนครับ วางแผนว่าใครจะทำอะไร และเราต้องการผลลัพธ์แบบไหน
ตรงนี้ทำให้การจับคู่งานกับคนหรือ ผู้ช่วย AI ที่รับโจทย์แล้วลงมือทำงานตามขั้นตอน มีจุดเริ่มที่ชัดขึ้น คนแต่ละคนมีความสนใจและประสบการณ์เดิม ส่วน Agent แต่ละตัวก็มีความสามารถกับข้อจำกัดของตัวเอง แผนจึงต้องคิดถึงผู้ที่จะลงมือทำและผลที่ต้องการไปพร้อมกัน
Align คือทำความเข้าใจให้ตรงกัน
หลังคุยมอบหมายงานแล้ว ผมใช้ A — Align เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายเข้าใจตรงกัน ทั้งสิ่งที่คาดหวังและข้อจำกัดของผู้ปฏิบัติงานครับ ช่วงนี้ต้องใช้ความใส่ใจรับฟังความคิดและเงื่อนไขของคนในทีมด้วย ถ้าคุยแล้วพบว่าแผนใน Structure ไม่ตรงกับความสามารถหรือเงื่อนไขจริง ผมก็ต้องกลับไป Adjust สิ่งที่วางไว้ ไม่ใช่ยืนยันแผนเดิมโดยไม่ฟังข้อมูลใหม่
Delivery แล้วดู Flow ว่าจะไปต่ออย่างไร
เมื่อเข้าใจตรงกันแล้วก็มาถึง D — Delivery ปล่อยให้ผู้รับผิดชอบลงมือทำ ไม่ว่าจะเป็นคนหรือ AI จากนั้น F — Flow คือการตรวจผลลัพธ์และตัดสินใจว่าจะเดินงานต่ออย่างไร ถ้าต้องเปลี่ยนทิศหรือจัดงานใหม่ เราก็วนกลับไปที่ S — Structure เพื่อวางรอบถัดไป
คนกับ Agent ไม่เหมือนกันครับ คนมีความรู้สึก สิทธิ ความสนใจ และเส้นทางเติบโต การพัฒนาคนจึงอาจต้องมีงานให้ฝึก คนช่วยสอน เวลา เครื่องมือ และแรงสนับสนุน ส่วน Agent อาจต้องเลือก โมเดล AI ที่ใช้ประมวลผลคำสั่งและสร้างคำตอบ, เครื่องมือที่ห่อ Model ไว้ให้เรียกใช้ไฟล์และเครื่องมืออื่นได้ หรือ เครื่องมือที่ Agent เรียกใช้ทำงาน เช่น อ่านไฟล์ เขียนไฟล์ หรือรันคำสั่ง ให้เหมาะ แต่ผมเห็นว่าโครงคิดในการวางงาน ทำความเข้าใจ ส่งมอบ และตรวจทางเดิน สามารถใช้มองการทำงานกับทั้งสองแบบได้
ประเด็นชวนคิด
เวลาทำงาน บางครั้งน้องในทีมอาจบอกตั้งแต่ต้นว่าไม่ถนัดงานบางด้าน แต่ถ้าเรายังยึดความคาดหวังเดิมแล้วหงุดหงิดเมื่อผลไม่เป็นอย่างที่หวัง ก็คล้ายกับการที่รู้ว่า Freebuff ทำได้แค่ SVG ไม่มี Image Gen แต่ยังสั่งให้มันวาดภาพอยู่ดี
เมื่อรู้ข้อจำกัดแล้ว การปรับ Structure และความคาดหวังให้เหมาะจึงช่วยให้ทีมยังเดินหน้าต่อได้ ลดความผิดหวังทั้งของคนจัดงานและผู้ปฏิบัติงาน และรักษา Team Mobilization โดยเฉพาะเมื่อทำงานกับคนที่มีความรู้สึกนึกคิด
ประเด็นที่ผมอยากชวนคิดคือ เมื่อเราได้ยินข้อจำกัดตั้งแต่ช่วง Align เราจะปรับ Structure อย่างไรให้ทีมเดินหน้าต่อได้?
สำหรับผม SabayJai Approach & Development Framework: กรอบทำงานสี่มุมมอง Structure, Align, Delivery และ Flow ที่ใช้ทบทวนงานกับ AI จึงเป็นวงจรที่ช่วยให้กลับมาทบทวนแผนได้เสมอ เมื่อผลลัพธ์หรือข้อจำกัดบอกว่าสิ่งที่วางไว้ยังไม่เหมาะ ก็กลับไปเริ่ม Structure รอบใหม่ครับ
