ก้าวที่ 7 · ตอนที่ 25

วันที่ผมยอมรับ Buddy บน Production

พ่อกับ Buddy ตรวจภาพรวมบนอุปกรณ์จริง ก่อนตัดสินใจยอมรับระบบบน Production

หลังจากไล่ปิดงานทีละ Component คำถามที่เหลือไม่ใช่ว่ายังเพิ่มอะไรให้ Buddy ได้อีก แต่คือสิ่งที่ประกอบและตรวจมาแล้วพร้อมทำงานบน Production จริงหรือยัง เอกสารกับผลทดสอบช่วยให้เห็นความพร้อมหลายด้าน แต่คำตอบสุดท้ายต้องมาจากการเดินระบบจริงและเห็นผลด้วยตัวเอง

จากเครื่องของผม ไปอยู่ในที่ที่คนใช้จริง

การขึ้น Production รอบนี้ไม่ใช่การคัดลอกโค้ดไปไว้บน Server แล้วประกาศว่าเสร็จ ผมเริ่มจากฐานข้อมูลใหม่ นำส่วนประกอบของระบบขึ้นตามโครงที่เตรียมไว้ ต่อ LINE Webhook กับบริการจริง แล้วตรวจทีละช่วงว่าทุกส่วนยังคุยกันได้

ผมลองเดินจากบทสนทนาใน LINE ให้ Buddy รับข้อมูลจากภาพ บันทึกข้อเท็จจริง สร้างภาพรวมประจำวัน แล้วเปิดดูผลผ่าน Passbook บนเว็บ เส้นทางนี้แตะทั้ง AI ระบบเก็บข้อมูล Runtime และหน้าจอ แต่ในฐานะผู้ใช้ ผมควรเห็นเพียงว่าข้อมูลที่ให้ไว้เดินทางกลับมาอย่างถูกต้องและเข้าใจได้

เมื่อเส้นทางจริงผ่าน ผมจึงยอมรับว่า Buddy V1 ขึ้นใช้งานแล้ว จุดสำคัญไม่ใช่คำว่า “ผ่านครบหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์” ในเอกสาร แต่คือการที่ผมลงมือเดินผ่านระบบจริงและเห็นผลด้วยตัวเอง Automated pipeline ช่วย Deploy และตรวจฐานให้ แต่สิทธิ์ตัดสินใจเปิดใช้ยังอยู่ที่มนุษย์

ผมใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะมาถึงวันที่ระบบยืนอยู่ตรงนี้ ระหว่างทางมีทั้งครั้งที่ Test ผ่านแต่ใช้แทนของเดิมไม่ได้ ครั้งที่ต้องหยุดการรื้อแล้วเริ่มใหม่ และครั้งที่คำรายงานของ AI ไม่ตรงกับ Code หรือ Log วันที่ Buddy ขึ้น V1 จึงไม่ได้ลบเรื่องเหล่านั้นออก ตรงกันข้าม มันเกิดขึ้นได้เพราะผมยอมกลับไปแก้เมื่อหลักฐานบอกว่างานยังไม่ถึง

V1 ไม่ได้แปลว่าต้องหยุดเดิน

หลังยอมรับ V1 ผมยังพบเรื่องเล็กจากการใช้งานจริงที่ช่วยให้ Buddy เป็นธรรมชาติมากขึ้น เวลาผู้ใช้พูดถึงอุปกรณ์ที่ใช้ทำกิจกรรม ระบบควรเรียนรู้ชื่อที่เจ้าตัวใช้และนำกลับมาให้เลือกในครั้งถัดไปได้ โดยไม่บังคับให้ไปเตรียมข้อมูลหลังบ้านก่อนทุกครั้ง

ผมจึงแยกงานเรื่องนี้ออกมาเป็นขอบเขตถัดไป ผู้ใช้สามารถเพิ่มชื่ออุปกรณ์ผ่านบทสนทนา เห็นตัวเลือกนั้นกลับมา และจัดการรายการผ่านเว็บได้ เส้นทางถูกตรวจทั้งใน LINE และหน้าเว็บบน Production ก่อนยอมรับผล

งานสองขอบเขตได้รับการยอมรับในวันเดียวกันอาจดูเหมือนเดินเร็วมาก แต่ผมไม่อยากใช้มันเป็นเรื่องอวดความเร็ว งานส่วนหลังไม่ได้เริ่มจากศูนย์ และแต่ละขอบเขตก็ตอบคำถามคนละเรื่อง: ส่วนแรกยืนยันว่าฐาน Production กับเส้นทางหลักเปิดใช้ได้ ส่วนถัดมายืนยันพฤติกรรมเพิ่มเติมที่มีผลตรวจของตัวเอง

สิ่งที่ควรจำจึงไม่ใช่ว่าผมออกสองเวอร์ชันในวันเดียว แต่คือเมื่อฐานการทำงานชัด งานชิ้นถัดไปสามารถเดินผ่าน Plan การลงมือ การตรวจจริง และการยอมรับได้โดยไม่ต้องเปิดทุกปัญหาของระบบพร้อมกันอีก

คำถามที่ยังไม่มีคำตอบ

ในช่วงเดียวกัน งานพัฒนาระบบในอีกบริบทหนึ่งกำลังเริ่มต้นขึ้น ผมมอง Buddy ที่เพิ่งไปถึง Production แล้วอดถามตัวเองไม่ได้ว่า วิธีทำงานกับ AI ที่พาผมทำ Solo Project มาถึงตรงนี้ จะพาไปต่อกับงานที่มีคนทำร่วมกันได้ไหม

ตอนนั้นผมยังไม่มีคำตอบ และยังไม่รู้ว่าต้องปรับอะไรบ้าง มีเพียงคำถามนี้ที่ผมอยากลองหาคำตอบต่อในก้าวถัดไป