หลังปิด R008 ผมเริ่ม R009 เพื่อขึ้น SabayJai Pantry บน บริการฝากไฟล์เว็บขึ้นออนไลน์โดยไม่ต้องดูแลเซิร์ฟเวอร์เอง และทดสอบผ่าน Hypertext Transfer Protocol Secure: การเชื่อมต่อเว็บแบบเข้ารหัส มักเห็นเป็นรูปกุญแจบนเบราว์เซอร์ ขั้นตอน Configure ทำอยู่บนหน้า Cloudflare และไม่มี Log ให้ย้อนดู ผมจึงขอให้ Chat ช่วยแนะนำระหว่างตั้งค่า ตอนแรกหน้าที่ผมเปิดอยู่เป็นการตั้งค่า Worker ซึ่งไม่ตรงกับเว็บแบบ Static ที่เราทำ Chat ช่วยดูจากภาพแล้วทักให้ย้อนกลับไปเลือก Pages ก่อนพาผมตั้งค่าผ่าน GitHub
ตั้งค่า Pages ให้ถูกทาง
พอเชื่อม พื้นที่เก็บไฟล์ของโปรเจกต์พร้อมประวัติการแก้ไขทั้งหมด และกด นำแอปไปเผยแพร่ให้เปิดใช้งานผ่านเว็บได้ ผมส่ง URL sabayjai-pantry-demo.pages.dev กลับไปให้ AI ตรวจ จากรายงานใน Runlog เวอร์ชันที่ขึ้นอยู่ตอนนั้นเปิดได้ครบเส้นทาง และ AI ตรวจไฟล์ manifest, Service Worker และการทำงานบน URL จริงผ่าน
ผมเพิ่ม Custom ชื่อเว็บที่ตั้งเองได้และคนพิมพ์เรียก เช่น sabayjai.net pantry-demo.sabayjai.net ให้ด้วย รายละเอียดนี้ผมไม่ได้บันทึกไว้ใน Runlog แต่เป็นอีกส่วนของการตั้งค่าให้เข้าถึงแอปผ่านโดเมนของเราเอง
จอจริงยังมีจุดให้ปรับ
หลังจากถามวิธีติดตั้งลงหน้าจอหลัก ผมส่งภาพหน้าจอให้ดูและชี้ว่าปุ่มกิจกรรมบางปุ่มตกไปอยู่บรรทัดถัดไป จึงขอให้จัดปุ่มให้อยู่แถวเดียวกัน AI ปรับระยะกับขนาดตัวอักษร แล้วตรวจซ้ำที่จอกว้าง 360 พิกเซล
จากนั้นผมเจอ Toast สำหรับ Undo ที่แสดงเป็นก้อนดำแคบ ๆ จนบังการ์ดและอ่านข้อความไม่ออก AI ปรับเป็นแถบที่อ่านง่ายขึ้น แต่สีพื้นหลังยังดูหนักสำหรับชุดสีของแอป ผมจึงให้ลองปรับต่อ เมื่อทำพื้นหลังโปร่งใส ตัวข้อความกลับอ่านไม่ชัด ผมเลยบอกว่าพื้นทึบกับกรอบทำงานดีกว่า แล้วช่วยกันไล่ปรับสีกรอบให้เบาลง
ท้ายที่สุด AI รายงานว่าพื้น Toast เป็นสีขาวทึบ มีกรอบเขียวจาง และปุ่มย้อนกลับยังเด่นพอให้กดได้ การทดสอบบนจอเล็ก เทสต์ และ Build ผ่านตามที่รายงานไว้
ขึ้นรอบสุดท้ายแล้วทดสอบผ่าน
Runlog จบลงก่อนมีบันทึกการ การส่งงานที่บันทึกไว้ขึ้นไปเก็บที่ Repository ออนไลน์ รอบสุดท้าย แต่หลังจากนั้นผมเอาการแก้ไขทั้งหมดขึ้นเว็บแล้วทดสอบผ่านเรียบร้อยครับ URL ที่ตรวจในช่วงแรกเป็นเวอร์ชันก่อนปรับปุ่มกับ Toast ส่วนรอบสุดท้ายคือเวอร์ชันที่ผ่านการทดสอบและปิดงาน R009 ได้
ตอนนั้น ช่วงเวลาหนึ่งครั้งที่เปิดใช้บริการหรือคุยกับ AI ที่ใช้ทำงานหมดเวลาแล้ว ผมไม่อยากจ่ายเพิ่มเพื่อทำต่อ เลยใช้ Codex ช่วยบันทึกปิดงาน ผมบอกว่าทุกอย่างผ่านแล้ว และให้ปิด R009 Codex ไปตรวจเอกสารของ Project แล้วอัปเดตแผน ผลการตรวจรับ และ Roadmap ให้ตรงกับสถานะที่ผมยืนยัน งานส่วนนี้ไม่ได้รันทดสอบซ้ำ เพราะผมต้องการให้บันทึกผลที่ผ่านแล้ว ไม่ได้ขอให้ตรวจใหม่
หันกลับมามอง
การตรวจบนจอจริงทำให้เห็นรายละเอียดที่การดูจากเครื่องพัฒนาอย่างเดียวไม่พอจะตัดสินได้ ทั้งการเรียงปุ่ม พื้นที่ที่ Toast บัง และน้ำหนักของสี ผมบอกสิ่งที่รู้สึกจากหน้าจอ แล้วให้ AI ปรับจนภาพตรงกับสิ่งที่ผมต้องการ
อีกอย่างที่ผมเห็นชัดในรอบนี้คือ การตรวจผลกับการบันทึกปิดงานเป็นคนละจังหวะกัน ช่วงที่ทำกับ Muse มีทั้งผลที่ AI รายงานและจุดที่ผมลองดูเอง พอ Session หมด ผมเป็นคนขึ้นเวอร์ชันสุดท้ายและทดสอบจนผ่าน แล้วส่งต่อให้ Codex ช่วยบันทึกแผน ผลตรวจรับ และสถานะปิดงานตามที่ผมยืนยัน โดยไม่ได้ให้ทดสอบซ้ำครับ ถ้ามองผ่าน SabayJai Approach & Development Framework: กรอบทำงานสี่มุมมอง Structure, Align, Delivery และ Flow ที่ใช้ทบทวนงานกับ AI ผมต้องแยกให้ชัดว่าอะไรเป็นผลที่ AI รายงาน อะไรเป็นสิ่งที่ผมตรวจรับ และอะไรเป็นเพียงการบันทึกตามคำยืนยันของผม