บทก่อน ผู้ช่วย AI ที่รับโจทย์แล้วลงมือทำงานตามขั้นตอน รายงานว่าทำทั้งไฟล์เตรียม Agent และ ข้อกำหนดว่าระบบควรทำอะไรและต้องตอบโจทย์ใด seed ไว้แล้ว รอบนี้ผมจึงเริ่มใช้ร่างที่มีมาคุย Requirement ของ SabayJai Pantry ครับ ผมเปิด Run ด้วยคำสั่งว่า:
เรามาเตรียม Requirement กันเถอะ
หลัง Agent สำรวจ พื้นที่เก็บไฟล์ของโปรเจกต์พร้อมประวัติการแก้ไขทั้งหมด และพบร่าง Requirement ที่มีคำถามเปิดอยู่ ผมกำชับให้ถามผ่าน Chat เท่านั้น พอ Agent ส่งคำถามมาหลายข้อพร้อมกัน ผมจึงขอให้ถามทีละข้อและให้คำแนะนำประกอบ เพื่อให้ผมพิจารณาความหมายก่อนตอบ
คุยกันทีละข้อ
การตอบทีละข้อช่วยกำหนดภาพของ Demo ได้หลายอย่าง ผมบอกเป้าหมายว่าอยากรู้ว่ามีอะไร อยู่ตรงไหน เหลือเท่าไร และอะไรใกล้หมดอายุ ขอบเขตของ Demo เป็น ส่วนหน้าของระบบที่ผู้ใช้เห็นและโต้ตอบด้วย Only เก็บข้อมูลไว้ในเครื่อง และยังไม่มีระบบ User
ระหว่างไล่คำถาม ผมย้อนกลับไปดู ขอบเขตว่างานนี้จะทำอะไรและอะไรยังไม่รวมอยู่ เดิมด้วย แล้วทักว่า “แล้วไม่มีการเพิ่ม ลด จุดเก็บ ประเภทรายการ หรือครับ?” บทสนทนาจึงไม่ได้มีแค่การเลือกจากข้อเสนอของ Agent แต่ยังเป็นการตรวจด้วยว่าสิ่งที่ผมต้องการตกหล่นจาก Scope หรือเปล่า
พอคุยกันต่อ ภาพของ Demo ก็เริ่มจับต้องได้ขึ้นครับ รายการของมีจำนวนกับจุดเก็บให้ติดตาม และมีมุมดูของใกล้หมดอายุหรือย้อนดูของที่ใช้หมดแล้ว ชุดข้อมูลตั้งต้นมี 8 รายการ หน้าจอรองรับมือถือ แท็บเล็ต และเว็บ ก่อนที่ Agent จะสรุปเอกสารให้ตรวจรับ
จุดที่ผมต้องหยุดการเดาของ AI
พอถึงช่วงคำถามชุดถัดไป Agent สรุปคำตอบบางข้อเหมือนผมเลือกตัวเลือกแนะนำแล้ว ทั้งที่ผมยังไม่ได้ตอบ ผมเลยทักว่า “คุณถามผมยังไม่ได้ตอบ คิดเองได้อย่างไร?”
Agent ยอมรับว่ามันเอาตัวเลือกแนะนำไปใส่เป็นคำตอบ ทั้งที่ผมยังไม่ได้เลือก แล้วสรุปใหม่โดยแยกคำตอบจริงของผมออกจากข้อที่ยังเปิดอยู่ จากนั้นเราจึงถามต่อทีละข้อ
ผมเลือกให้รายการที่ต้องซื้อเป็นสมุดโน้ตอิสระ ไม่ผูกกับสต็อก และกำหนดให้ช่องหมายเหตุแสดงในรายละเอียดพร้อมค้นหาได้
หลังจากคำตอบที่ผมให้ครบ Agent ปรับ Requirement เป็นฉบับร่าง v2 และแจ้งว่ายังมีคำถามเปิดอีกห้าข้อ ซึ่งเป็นข้อเสนอหรือการตีความของมันเอง
คำตอบกับการรับรองเป็นคนละจังหวะ
ก่อนตอบห้าข้อสุดท้าย ผมถามว่า Requirement พร้อมแล้วหรือยัง Agent อธิบายว่าคำตอบที่ผมให้ถูกบันทึกครบแล้ว แต่ยังมีห้าประเด็นที่เป็นข้อเสนอหรือการตีความของมันเองรอให้ผมตัดสิน ผมเห็นด้วยกับทั้งห้าข้อ พร้อมย้ำว่าไม่มีข้อไหนเปลี่ยนรายละเอียด ความสามารถหนึ่งอย่างของระบบที่ผู้ใช้เห็นได้ เพิ่มเติม จากนั้น Agent รายงานว่า Requirement v2.1 เป็น Accepted และปิด Open Questions ครบ ผมจึงนำ Requirement ที่รับรองแล้วไปถามต่อในบทถัดไปว่าเราควรทำอะไรต่อ
หันกลับมามอง
ผมขอให้ถามและตอบผ่าน Chat ด้วยสองเหตุผลครับ หนึ่ง ผมอยากเก็บ Runlog ให้คุณอ่านแล้วเข้าใจว่าเราคุยอะไรกันบ้าง สอง การถามทีละข้อเปิดโอกาสให้ผมถามรายละเอียดเพิ่มได้ ถ้าไม่เข้าใจคำถาม ถ้าคุณทำงานกับ AI อยู่เหมือนกัน ก็เลือกวิธีถามตอบให้เหมาะกับงานของคุณได้ครับ
พอมองผ่าน SabayJai Approach & Development Framework: กรอบทำงานสี่มุมมอง Structure, Align, Delivery และ Flow ที่ใช้ทบทวนงานกับ AI บทนี้เตือนผมว่า AI ช่วยเสนอทางเลือกได้ แต่จะนับตัวเลือกแนะนำเป็นคำตอบของผมก่อนที่ผมจะเลือกไม่ได้ครับ
ถ้าคุณกำลังทำ Requirement อยู่ ช่วงนี้เป็นจังหวะที่เราต้องคิดให้ชัดว่าอยากให้ระบบทำงานอย่างไร เพื่อให้งานออกมาตรงกับที่คิดไว้มากที่สุด การกลับมาแก้ภายหลังมักวุ่นวายกว่าการบอกให้เรียบร้อยตั้งแต่รอบแรก แต่ไม่ต้องกังวลครับ ทุกอย่างแก้ไขได้ อย่างบทก่อนผมสั่งตกคำว่า “เพื่อ” ไป เราก็รับช่วงจาก Requirement seed ที่มีแล้วปรับการทำงานต่อได้