ก้าวที่ 8 · ตอนที่ 28

วันที่ผมพาแนวคิดไปลองในสนามจริงกับทีม

พ่อกับ Buddy เรียงการ์ดสัญญาการทำงานร่วมกันของทีม คู่กับแผนผังสถาปัตยกรรมบนหน้าจอ

วิธีทำงานกับ AI ที่ผมใช้มาหลายเดือนในฐานะคนทำคนเดียว ทั้งการล็อกขอบเขต การใช้สัญญาเป็นตัวนำ และการตรวจหลักฐานก่อนยอมรับผล พางานในบ้านขึ้น Production ได้จริง แต่คำถามที่ค้างอยู่เสมอคือ ในสนามจริงที่มีเพื่อนร่วมทีม หลายบทบาท และระบบเดิมที่ผูกพันกันอยู่ แนวคิดนี้จะเอาตัวรอดได้หรือ

คำถามที่ต้องหาคำตอบในสนามจริง

ตอนทำโปรเจกต์ส่วนตัว ผมเป็นทั้งคนกำหนดงาน คนออกแบบ คนเขียนโค้ด คนทดสอบ และคนตรวจรับงาน ทุกอย่างอยู่ในหัวของผมคนเดียว เวลาคุยกับ AI ถ้ามันเริ่มพาออกนอกทาง ผมก็รู้ตัวทันทีและดึงกลับมาได้ง่าย

แต่งานในชีวิตจริงขององค์กรไม่ได้เป็นแบบนั้น ระบบที่ต้องดูแลมีประวัติศาสตร์ มีโค้ดเดิมที่เขียนสืบต่อกันมา มีเพื่อนร่วมทีมที่ต้องประสานงาน และมีข้อกำหนดทางธุรกิจที่ต้องส่งมอบให้ตรงเวลา การเดินเข้าไปบอกทุกคนว่าเรามาใช้วิธีใหม่กันเถอะ ย่อมเป็นเรื่องเพ้อฝันและสร้างแรงต้านโดยไม่จำเป็น

ผมไม่ได้ต้องการไปเปลี่ยนวัฒนธรรมของใคร ผมแค่อยากรู้ด้วยตัวเองว่า แกนวินัยที่ตกผลึกมาในบ้านจะช่วยผ่อนแรงและเพิ่มความแม่นยำให้กับงานที่มีคนทำร่วมกันได้จริงไหม

ปรับภาษา ปรับเครื่องมือ แต่รักษาแกนวินัย

สิ่งแรกที่ผมทำคือไม่นำคำศัพท์เฉพาะไปยัดเยียดให้คนอื่น ผมไม่จำเป็นต้องพูดคำว่าเฟรมเวิร์ก สัญญาเป้าหมาย หรือหลักฐานการตรวจให้ฟังดูเป็นทฤษฎียาก ๆ แต่ผมแปลงสิ่งเหล่านั้นให้กลายเป็นบทสนทนาการทำงานที่เรียบง่ายและตรงไปตรงมา

หัวใจของมันมีสี่ข้อ ตกลงเป้าหมายและจุดสิ้นสุดให้ชัดก่อนเริ่ม ว่างานชิ้นนี้ต้องการแก้อะไร อะไรอยู่ในขอบเขต และอะไรที่ยังไม่ทำในรอบนี้ แบ่งงานเป็นชิ้นเล็กที่พิสูจน์ได้จริง กำหนดข้อตกลงของข้อมูลและส่วนเชื่อมต่อให้แน่นอนก่อนลงมือ และแยกข้อเท็จจริงออกจากความเห็น ผลลัพธ์จากเครื่องมือและบันทึกการทำงานคือความจริงเพียงอย่างเดียว อย่าให้ทั้งคนและ AI เห็นว่าโค้ดสวยแล้วแปลว่าทำงานได้ถูกต้อง

เมื่อ AI และมนุษย์ทำงานในบริบทของทีม

เมื่อเราวางกรอบแบบนี้ ความหัศจรรย์เล็ก ๆ ก็เริ่มเกิดขึ้นในงาน เดิมที เวลาคนนำ AI มาช่วยเขียนโค้ดในระบบใหญ่ ปัญหาคลาสสิกที่มักเจอคือ AI จะพยายามเชื่อมต่อแบบตามใจตัวเอง พอแก้จุดหนึ่งอีกจุดหนึ่งก็พังตาม เพราะมันไม่เข้าใจภาพรวมและไม่มีกรอบกำกับที่แข็งแรงพอ

แต่เมื่อเรานำสัญญาและขอบเขตมาวางไว้ข้างหน้า AI จะกลายเป็นผู้ช่วยที่มีวินัยสูงมาก มันไม่พยายามคิดนอกกรอบหรือสร้างความซับซ้อนโดยไม่จำเป็น หน้าที่ของมันคืออ่านข้อกำหนด ทำตามสเปก และช่วยแก้ไขข้อผิดพลาดซ้ำ ๆ ที่มนุษย์มักเหนื่อยล้า

คนในทีมเริ่มเห็นตรงกันว่า การคุยเรื่องขอบเขตและรูปแบบข้อมูลให้ชัดตั้งแต่ต้น ไม่ใช่เรื่องเสียเวลา แต่คือสิ่งที่ทำให้ทุกคนเดินหน้าได้อย่างมั่นใจ โดยไม่ต้องกังวลว่าใครจะทำอะไรหลุดราง บทบาทของผมในรอบนี้คือคนคุมการแจกงานและรวบรวมเอกสารสำหรับการพัฒนา

สัญญาณแรกของการเดินทางข้ามสนาม

ผลจากการทดลองทำให้ผมได้คำตอบสำคัญมากสำหรับตัวเอง ในมุมมองของผม แกนการทำงานนี้เริ่มนำไปใช้เป็นทีมได้แล้ว โดยมีผมเป็นคนคุมการแจกงานและรวบรวมเอกสาร

มันไม่ได้ผูกติดอยู่กับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่บ้าน หรือการนั่งเขียนโค้ดคนเดียวในห้องนอนยามดึก สิ่งที่เป็นหัวใจแท้จริงไม่ใช่ตัวเครื่องมือ แต่คือวินัยของมนุษย์ในการควบคุมปัญหา ตราบใดที่คนยังเป็นผู้กำหนดเป้าหมาย ถือความรับผิดชอบ และตรวจรับผลด้วยหลักฐานจริง AI ก็จะทำหน้าที่เป็นแรงขับเคลื่อนที่ทรงพลังได้เสมอ

แต่นี่เป็นเพียงก้าวแรกของการพิสูจน์เท่านั้น เพราะบททดสอบที่แท้จริงในสนามไม่ได้มีแค่โจทย์งานทั่วไป ไม่นานหลังจากนั้น ปัญหาระดับรากฐานของระบบก็ปรากฏตรงหน้า โครงสร้างข้อมูลที่โตสะสมแยกส่วนกันมานานจนพันกันอีรุงตุงนัง และกำลังรอการผ่าตัดใหญ่ภายในเวลาเพียงห้าวัน