เมื่อผมย้อนเปิดดู Code กับ Log แล้วพบว่าชิ้นส่วนเดิมที่ตั้งใจจะเอาออกยังแอบทำงานอยู่เบื้องหลัง ผมจึงรู้ทันทีว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การแก้โค้ด แต่อยู่ที่การสื่อสารเป้าหมายกับ AI
การแค่ชี้จุดผิดคุมงานไม่อยู่ ผมจึงเปลี่ยนมาจัดระเบียบเอกสารใหม่ ให้เห็นเป้าหมาย ขอบเขต และหลักฐานที่ตรวจได้ตั้งแต่ต้นทาง
เมื่อดู Code กับ Log ผมเห็นว่าสิ่งที่ตั้งใจถอดยังอยู่ในเส้นทาง
ตอน Buddy เริ่มมีโครงสร้างใหม่ ผมไม่ได้ดูแค่ชื่อส่วนประกอบหรือผล Test แต่กลับไปส่อง Code กับ Log เพื่อเช็กว่าเส้นทางทำงานตรงกับภาพที่ผมคิดไว้หรือไม่ สิ่งที่ผมพบคือ component ที่ผมต้องการเอาออกยังถูกเรียกอยู่
สำหรับผม นี่เป็นสัญญาณว่าภาพเป้าหมายในหัว เอกสารที่ AI ใช้ทำงาน และสิ่งที่ระบบทำจริงยังไม่ตรงกันทั้งหมด ผมจำได้ว่าพอขอให้แก้ AI มักเริ่มปรับทีละน้อยและพยายามเก็บของเดิมไว้ วิธีนั้นอาจลดผลกระทบ แต่ถ้าส่วนที่เป็นปัญหายังเป็นฐานของการแก้ เราก็อาจเดินต่อโดยไม่แตะจุดที่ผมอยากเปลี่ยนจริง ๆ
ผมเองก็ต้องรับผิดชอบต่อช่องว่างนี้ด้วย ถ้าอยากให้ AI ยกเครื่องส่วนที่ผิด ผมต้องอธิบายให้ครบว่าอะไรคือเป้าหมาย อะไรต้องเก็บ อะไรต้องแทนที่ และเราจะใช้หลักฐานไหนตัดสินว่างานตรงแล้ว
Release ต้องพาเป้าหมายไปถึงงานที่มอบหมาย
ผมจึงจัดเอกสารให้เห็นเส้นทางจากงานก้อนใหญ่ลงมาสู่งานย่อย แทนที่จะปล่อยให้ไฟล์หลายชิ้นแยกกันจนต้องเดาว่างานหนึ่งเกี่ยวกับเป้าหมายไหน
ชุดงาน
├── README.md
└── ช่วงงาน
└── งานย่อย
├── plan.md
└── result.md
ที่ระดับชุดงานมี README.md สำหรับบอกภาพรวม จุดประสงค์ และทางเดินในโฟลเดอร์ ส่วนโฟลเดอร์ช่วงงานรวบรวมงานที่เกี่ยวข้องไว้ด้วยกัน และโฟลเดอร์งานย่อยทำให้เห็นขอบเขตที่ AI รับไปทำได้ชัด การไล่จากบนลงล่างช่วยไม่ให้รายละเอียดของงานย่อยกลบเป้าหมายใหญ่ และช่วยให้ย้อนกลับได้ว่างานแต่ละชิ้นเกี่ยวกับเป้าหมายเดียวกันตรงไหน
สำหรับงานย่อย เอกสารหลักมีเพียงสองไฟล์:
- Plan บอกเป้าหมาย ขอบเขต สิ่งที่ต้องรักษา และวิธีตรวจรับ
- Result บันทึกสิ่งที่ทำจริง ผลที่ได้ และหลักฐานที่ใช้ตรวจ
ถ้าระหว่างทางต้องจดการตัดสินใจหรือสืบหาสาเหตุ ก็เก็บเป็น working files เพิ่มตามจำเป็น ไม่ต้องสร้างรายการบังคับให้ทุกงาน สิ่งสำคัญคือเอกสารหลักต้องพากลับไปตอบได้ว่างานนี้ตั้งใจทำอะไร และผลจริงตอบโจทย์นั้นหรือยัง
เปลี่ยนจากบอกจุดผิด เป็นมอบโจทย์ที่ตรวจกลับได้
เมื่อมี Plan ผมบอก AI ได้ชัดขึ้นว่างานนี้ต้องทำอะไร ส่วนใดอยู่ในขอบเขต และมีพฤติกรรมใดที่ห้ามหาย แล้วแบ่งเป็นงานย่อยที่ตรวจได้ ส่วน Result ก็ทำให้ AI กลับมารายงานสิ่งที่ทำจริงพร้อมหลักฐาน แทนการจบแค่คำว่า “แก้แล้ว” หรือ “ผ่านแล้ว”
สำหรับผม ความเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้ทำให้ AI ไม่มีวันเข้าใจผิด แต่มันช่วยให้เห็นเร็วขึ้นว่าความเข้าใจหรือผลที่ส่งกลับมายังไม่ตรงกับข้อตกลงตรงไหน หากผลหนึ่งไม่ผ่าน เอกสารก็ช่วยให้กลับไปดูได้ว่าเป้าหมายเดิมคืออะไร อะไรถูกลองแล้ว และหลักฐานยังขาดส่วนไหน
เท่าที่ผมจำได้ พอจัดวิธีทำงานและเอกสารใหม่แล้ว งานเดินเร็วขึ้นมาก ผมไม่มีตัวเลขจำนวนวันหรือจำนวนรอบที่ยืนยันได้ สิ่งที่จำได้คือเราเริ่มคุยกันจากขอบเขตเดียวกันมากขึ้น และผมตรวจผลที่ AI ส่งกลับมาเทียบกับสิ่งที่ตกลงไว้ได้ตรงขึ้น
