ก้าวที่ 5 · ตอนที่ 15

เมื่อกรอบชัดแล้ว ผมให้ AI รื้อทีละเส้นทางและตรวจสิ่งที่ต้องรักษา

พ่อกับ Buddy ลงมือทำตามแผนและตรวจเส้นทางที่ประกอบขึ้นใหม่

เมื่อผมวางภาพรวมและหน้าที่ของแต่ละส่วนไว้แล้ว เราจึงเริ่มลงมือทำจริง งานรอบนี้ไม่ได้เริ่มจากยกโค้ดเดิมมาแบ่งใส่ไฟล์ใหม่ แต่เริ่มจากพฤติกรรมที่ระบบต้องทำและเงื่อนไขที่ต้องรักษา แล้วค่อยให้ AI ทำทีละเส้นทาง

สำหรับผม จุดยากของการรื้อไม่ใช่ทำให้โค้ดดูเป็นระเบียบขึ้น แต่คือทำอย่างไรให้การเปลี่ยนโครงสร้างไม่ทำให้สิ่งที่คนเคยใช้หายไป การตรวจจึงต้องตามไปถึงสิ่งที่เกิดหลังการบันทึกและทางเดินระหว่างสนทนาด้วย ไม่ใช่หยุดเมื่อแต่ละชิ้นส่วนผ่าน Test ของตัวเอง

เปลี่ยนจากประคองของเดิม มาเริ่มจากสิ่งที่ระบบต้องทำ

ช่วงก่อนหน้า เราเคยลองค่อย ๆ แยกและปรับโครงสร้างเดิม แต่ทางนั้นไปต่อได้เพียงบางส่วน ผมกับ AI จึงเปลี่ยนวิธี แทนที่จะคัดลอกโครงเดิมแล้วทยอยจัดระเบียบ เรากลับไปเริ่มจากรายการพฤติกรรมและข้อตกลงที่ต้องได้ก่อน

โค้ดเก่ายังมีประโยชน์ แต่ใช้เป็นหลักฐานว่าระบบเคยทำอะไรและมีจุดเชื่อมต่อใดบ้าง ไม่ใช่คำตอบสำเร็จรูปสำหรับโครงใหม่ ถ้าเอารูปแบบเดิมมาเป็นฐานโดยไม่ทบทวนหน้าที่ เราก็เสี่ยงเอาความสับสนเดิมติดตัวไปด้วย

ผมต้องสื่อสารกับ AI ให้เห็นความต่างนี้ชัด: งานไม่ใช่แค่ “ย้ายโค้ดให้ดูสะอาด” แต่ต้องทำเส้นทางตามข้อกำหนด โดยไม่ทำให้พฤติกรรมที่ยืนยันแล้วหายไป เอกสารที่เตรียมไว้ช่วยให้เรากลับมาคุยจากเป้าหมายเดียวกัน แทนการถกกันเฉพาะโค้ดที่กำลังแก้

แบ่งเป็นเส้นทาง และตรวจผลก่อนต่อชิ้นถัดไป

การลงมือจริงถูกแบ่งเป็นขอบเขตย่อย เริ่มจากยืนยันขอบเขตที่ระบบภายนอกเรียกใช้และทบทวนข้อกำหนดของแต่ละพฤติกรรม ก่อนให้ส่วนใหม่รับผิดชอบงานเต็มรูปแบบ วิธีนี้ทำให้เราไม่ต้องแกล้งทำเหมือนทุกอย่างพร้อม ทั้งที่บางเส้นทางยังไม่ได้ทำ

การบันทึกข้อมูลปกติ การบันทึกข้อมูลหลายรายการ การถามข้อมูลที่ยังขาด และการตอบกลับเมื่อไม่เข้ากรณีบันทึก มีเงื่อนไขและผลต่อเนื่องไม่เหมือนกัน งานบันทึกครั้งเดียวอาจต้องจัดการบทสนทนาที่ค้างอยู่ ขณะที่การบันทึกหลายรายการต้องตรวจแผนก่อน และคำถามกลับต้องไม่เผลอบันทึกข้อมูลที่ยังไม่พร้อม

หลังการบันทึกยังมี Widget และ DailyInfo ที่ต้องทำงานต่อ การตรวจจึงต้องถามมากกว่า “บันทึกผ่านไหม”: ข้อมูลถูกบันทึกตามเงื่อนไขหรือไม่ บทสนทนาถูกปิดหรือคงไว้ถูกจังหวะไหม และงานหลังบันทึกยังเดินต่อหรือไม่ ผลงานเก็บทั้งการตรวจเฉพาะทางและการเทียบกับพฤติกรรมเดิมไว้ให้ย้อนดูที่มาได้

ปิดงานตามขอบเขต ไม่ได้แปลว่าทุกเส้นทางผ่านแล้ว

การทำงานตามกรอบใหม่ช่วยให้เราเปลี่ยนจากการประคองโครงเดิม ไปเป็นการทำตามข้อกำหนดและตรวจทีละเส้นทาง บางช่วงมีผลตรวจผ่านและบันทึกพฤติกรรมที่ตั้งใจเปลี่ยนไว้ชัด ขณะเดียวกันก็มีบางด้านที่ยังต้องใช้หลักฐานเพิ่มก่อนจะรับรองการใช้งานทั้งเส้นทาง

ผมจึงมองการปิดช่วงนี้ตามขอบเขตที่ทำจริง: เราจัดการการรื้อส่วนกลางตามแผนและมีหลักฐานประกอบ แต่ไม่ได้สรุปว่าทุกเส้นทางของ Buddy ผ่านการยืนยันแล้ว การเปลี่ยนโครงสร้างกับการยืนยันว่าระบบพร้อมใช้งานเป็นคนละคำถาม

งานรื้อในช่วงนี้จบลงตามขอบเขตที่กำหนดไว้ สิ่งที่ผมได้จากการทำกับ AI คือการเห็นว่าการเริ่มจากข้อกำหนดทำให้เราตรวจได้ตรงกว่าเดิม ทั้งสิ่งที่เปลี่ยนและสิ่งที่ต้องเก็บไว้