ก้าวที่ 4 · ตอนที่ 13

ผมเลือกอัปเกรดอย่างระวัง ก่อนหยุดการรื้อที่เริ่มหลุดเป้า

พ่อที่กำลังปวดหัวกับแผนงานที่พันกัน ขณะ Buddy ยังยิ้มและช่วยทบทวนเส้นทาง

มีคำเตือนขึ้นมาว่า Component บางตัวที่ Buddy ใช้อยู่มีรุ่นใหม่แล้ว คำถามของผมไม่ใช่แค่ว่า “อัปเดตได้ไหม” แต่คือ “เราได้อะไรจากการขยับครั้งนี้ และมันจะกระทบส่วนอื่นหรือเปล่า”

ผมเริ่มจากตรวจความจำเป็น เลือกฐานที่เหมาะกับงาน และเช็กว่าสิ่งที่อัปเกรดยังทำงานร่วมกันได้ ก่อนหันกลับมาจัดการ God Service ที่รวมหลายหน้าที่ไว้ด้วยกัน ตรงนั้นเองที่การค่อย ๆ ปรับทีละส่วนเริ่มพาเราออกจากภาพที่ผมตั้งใจไว้

มีรุ่นใหม่ ไม่ได้แปลว่าต้องรีบใช้รุ่นใหม่ที่สุด

ผมจำได้ว่าระหว่างทำงานมีคำเตือนเรื่อง Component รุ่นใหม่ สิ่งแรกที่ทำคือกลับไปดูว่าความสามารถที่เพิ่มมานั้นตอบโจทย์ของเราจริงไหม ถ้าไม่ได้แก้ข้อจำกัดที่เรามีอยู่ การอัปเดตก็อาจเพิ่มภาระโดยไม่ได้ช่วยงานเท่าที่ควร

ผมยังต้องดูด้วยว่ารุ่นใหม่เข้ากับเครื่องมือและส่วนอื่นที่ Buddy ใช้อยู่หรือไม่ สำหรับผม การเลือกเวอร์ชันไม่ใช่การแข่งขันว่าใครใช้ของใหม่ก่อน ผมไม่อยากเป็นคนแรกที่คอยค้นหา Bug ให้ระบบอื่น ถ้ามีคนบุกเบิกและผ่านช่วงแก้ปัญหาเบื้องต้นมาแล้ว เราก็เลือกทางที่ปลอดภัยกว่าได้ ผมจึงเอนเอียงไปหารุ่นที่เกือบใหม่ที่สุดและมีการดูแลระยะยาว เมื่อมันตอบโจทย์และทำงานร่วมกับระบบเดิมได้

การเปลี่ยนฐานไม่ควรปะปนกับการเปลี่ยนพฤติกรรมของ Buddy ผมกับ AI จึงตรวจการติดตั้ง การตรวจโค้ด การ Build และการเปิดบริการก่อนขยับไปงานถัดไป บันทึกงานแยกการอัปเกรดแพลตฟอร์มออกจาก งานรื้อส่วนกลาง เพื่อให้รู้ว่าฐานใหม่พร้อมแค่ไหน ก่อนเปลี่ยนส่วนที่ทำงานอยู่ข้างบน

พอหันมารื้อ God Service วิธีค่อย ๆ เติมแก้กลับไม่พาไปถึงเป้า

หลังตรวจพื้นฐานแล้ว ผมกลับมาดูส่วนกลางของ Buddy ที่รับผิดชอบหลายอย่าง ผมเริ่มจากการค่อย ๆ ปรับของเดิม เพราะดูเหมือนจะรักษาสิ่งที่มีอยู่และลดความเสี่ยงจากการเปลี่ยนครั้งใหญ่

แต่พอทำไป ผมเริ่มไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เติมเข้าไปยังมุ่งไปยังภาพที่ต้องการหรือไม่ ผมจึงกลับไปเทียบเอกสารที่ใช้กำกับงานกับโค้ดที่เกิดขึ้นจริง ยิ่งไล่ตรวจ ผมยิ่งเห็นช่องว่างระหว่างทิศทางที่วางไว้กับการเปลี่ยนแปลงที่สะสมอยู่

ผมต้องยอมรับว่าการรื้อรอบแรกยังไม่สำเร็จ และการเติมแก้ต่อไปอาจยิ่งทำให้กลับมายากกว่าเดิม ผมจึงหยุดแนวทางนั้นก่อน ไม่ใช่เพราะทุกสิ่งที่ทำมาก่อนไม่มีประโยชน์ แต่เพราะต้องกลับมาให้ชัดว่าอะไรคือเป้าหมาย อะไรต้องรักษาไว้ และแต่ละหน้าที่ควรมีเจ้าของอย่างไร

ยอมรับว่าต้องหยุดก่อนจะเดินต่อ

จุดสำคัญของช่วงนี้สำหรับผมคือการยอมรับว่าวิธีที่กำลังทำยังไม่พาไปถึงสิ่งที่ตั้งใจ การอัปเกรด Component เป็นงานหนึ่งที่มีขอบเขตและตรวจพื้นฐานได้ ส่วนการรื้อ God Service เป็นอีกโจทย์หนึ่งที่ต้องกลับมาจัดความคิดใหม่ ผมไม่ควรเอาความสำเร็จของอย่างแรกไปตีความว่างานอย่างหลังเดินถูกทางแล้ว

ผมจึงหยุดเพิ่มการแก้เฉพาะจุด และใช้สิ่งที่เห็นจากเอกสารกับโค้ดเป็นสัญญาณว่าต้องทบทวนภาพรวมใหม่ การหยุดตรงนี้ไม่ได้ตอบทุกคำถาม แต่มันกันไม่ให้ผมกับ AI ทำต่อไปบนทิศทางที่ตัวผมเองเริ่มไม่มั่นใจ